Showing posts with label review. Show all posts
Showing posts with label review. Show all posts

April 28, 2014

Review : Dr.Somchai Natural Sunblock Cream SPF50


1 แถม 1 ราคา 196 บาท

          เดือนนี้ลองเปลี่ยนกันแดดดู เมื่อเดือนสองเดือนก่อนลองใช้ Provamed อยู่ได้สัก 2 หลอดมั้ง ก็เริ่มเบื่อ แล้วอีกอย่างห้างแถวบ้านก็หาซื้อยากด้วย ขี้เกียจซิ่งรถไป เลยลองหากันแดดตัวใหม่ ๆ มาลอง อันนี้ราคาถูกดีด้วย เคยอ่านบล็อกของคุณฟีบี้เรื่องข้อดีข้อเสียของกันแดดแบบต่าง ๆ  ก็เลยอยากลองหากันแดดแบบ physical sunscreen มาลองใช้หลาย ๆ ตัวดู ตัว Provamed ที่เคยใช้มันเป็นแบบ physical เหมือนกันนะ แต่แถวบ้านเรามีแต่สีขาว เวลาทาแล้วเกลี่ยไม่ดี มันจะเป็นคราบนิด ๆ ตัวนี้ที่เราเอามาเป็นสีเนื้อ


         แต่สีเนื้อที่ให้มามันไม่ได้เข้มแบบกันแดดคิวเพลสนะ (ฝาส้ม)  เนื้อมันจะบางกว่า เอาจริง ๆ แล้วแทบไม่เห็นผลในเชิงคอสเมติกเลยล่ะ 555 แต่ก็คงดีกว่าใช้สีขาวแหละ เกิดเป็นคนดำต้องทำใจนะฮ๊าฟ เนื้อจะมีความมันนิดนึง แต่พอลงไปกับผิวแล้วก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกมันหรือเยิ้มระหว่างวันนะ อีกอย่างสีก็ไม่ดรอบลงด้วย รู้สึกประทับใจพอสมควรเลย



             ขออภัยหนังหน้าแย่มาก มีสิวอุดตันบุกประปราย กำลังหาสาเหตุอยู่ คาดว่าน่าจะมาจากกันแดดของ Provamed นี่แหละ ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่ดีขึ้น คงจะลำบากละ 5555 จะเห็นว่าพอลงแล้วหน้าก็ไมไ่ด้เนียนขึ้นแบบสังเกตได้หรอกนะ รอยสิวเหมือนเดิม รอยแดงเหมือนเดิม แต่หน้าจะมันขึ้นนิดนึง แค่นั้น


ถ่ายรูปส่วนผสมมาให้อ่าน เผื่อมีใครแพ้ตัวไหนจะได้หลีกเลี่ยงนะจ๊ะ





3/5 
ไม่แน่ใจต้องรอดูกันยาว ๆ 













April 14, 2014

Review : เลเซอร์ Co2 จี้ขี้แมลงวัน นิติพลคลีนิค #2



ความเดิมจากตอนที่แล้ว อ่านที่ : Review : เลเซอร์ Co2 จี้ขี้แมลงวัน นิติพลคลีนิค #1

                  ผ่านไปหลายเดือนพึ่งมีเวลามาเขียนภาคต่อ อภัยในความล่าช้าด้วยฮ่ะ เราไปทำครั้งสุดท้ายที่คลินิกประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ดังนั้นสภาพแผลที่เห็นคือสิ้นสุดคอร์สไปแล้วนะ ตอนเริ่มต้นคอร์ส เรามีขี้แมลงวันจำนวนทั้งสิ้น 21 เม็ด มีขนาดใหญ่ 10 เม็ด เป็นไฝ มีรอยนูน 1 เม็ด ที่เหลือเป็นขี้แมลงวันขนาดเล็ก ลองมาดูกันว่าสภาพเป็นอย่างไรกันบ้าง เราจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่หายขาด และกลุ่มที่หมอจี้ไม่หมด (ลองย้อนกลับไปดูภาพเก่าที่ลิงค์ด้านบนได้นะ)

กลุ่มแรก : หายขาด 

เราคิดเป็น 70 เปอร์เซนของทั้งหมด หลังจากจี้ครั้งสุดท้ายก็ไม่มีจุดดำขึ้นมาอีก จะเหลือแค่หลุมตื้นและรอยแดงที่พยายามรักษาอยู่ แต่บางเม็ดกลับมีรอยนูนเพิ่มขึ้นมาด้วย อันที่หายแล้วเราจะไม่ถ่ายรูปมาด้วยนะ เพราะมันหายไปหมดแล้ว จะถ่ายเฉพาะที่ยังมีรอยแดงเหลืออยู่ก็แล้วกันค่ะ


         อันนี้เป็นจุดที่อยู่ข้างแก้ม เดิมทีเป็นขี้แมลงวันขนาดเล็ก ทั้ง ๆ ที่เป็นจุดที่ไม่เคยทำซ้ำ แต่รอยแดงกลับไม่ยอมหายซะที อาจจะเป็นเพราะมันบอบบางมากก็ได้


           ส่วน 2 เม็ดนี้อยู่ใกล้คาง เดิมเป็นขี้แมลงวันขนาดใหญ่ เกือบ 0.5 เซนได้ อันนี้ทำซ้ำทุกครั้งที่ไปจี้ เพราะหลังจากทำก็จะมีรอยจุดดำ ๆ ขี้นซ้ำตลอด โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะหายขาดนะ ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไป


กลุ่มที่ 2 : กลุ่มที่หมอจี้ไม่หมด (หรือกลุ่มที่รากอยู่ลึก)


          ขออภัยที่ภาพสยองไปนิด พอซูมหนังหน้าแล้วมันน่ากลัวจิง ๆ 555 จะสังเกตเห็นว่ารอยแดงเริ่มจาง แต่กลับมีขี้แมลงวันเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกในจุดเดิม


มาดูจุดอื่นกันบ้าง อันนี้ยังเป็นหลุมชัดเจนอยู่ มีขี้แมลงวันเริ่มขึ้นมาเป็นจุดเล็ก ๆ ตรงกลาง หวังว่าถ้าเนื้อเต็มแล้วจะไม่ใหญ่เท่าเดิมนะ


อันนี้ก็แนวเดียวกันอันข้างบน แต่รอยขี้เเมลงวันมันใหญ่เท่าเดิมเลยล่ะ


อันนี้เดิมเป็นไฝนูน เอาออกได้ขนาดนี้ก็โอแล้วล่ะ


          ที่เห็นเป็นทางน้ำนั่นน่ะ เหงื่อ 555 โครตร้อนเลยเน๊อะ ประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้แล้ว โลกใกล้แตกจริงแหละ แค่จะถ่ายรูปแค่เนี้ย เหงื่อมาเป็นทางเลย อันนี้อยากให้สังเกตหลุม ไม่ลึกนะ แต่ก็ยังเห็นว่าเป็นหลุม


อันนี้ก็แนวเดียวกับข้างบน เป็นหลุม มีรอยแดงและเริ่มมีจุดขี้แมลงวันขึ้นซ้ำที่เดิม



          อันนี้ถ่ายกับแสงที่อยากให้ลองสังเกตถึงรอยหลุมบนสภาพหน้าปัจจุบัน เราเชื่อมั่นนะว่ามันจะเต็ม แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักเดือนหรือสองเดือน


สรุป เดิมมีจุดขี้แมลงวันอยู่ 21 จุด หลังจากหมดคอร์สไปแล้วสองเดือนมีขี้แมลงวันขึ้นซ้ำในจุดเดิม 7 รอย คิดเป็น 33 เปอร์เซนของทั้งหมด ใช้งบประมาณ 4800 บาท คิดซะว่าเท่ากับจุดละ 230 บาท

ความคุ้มค่า          ถ้าเฉลี่ยจุดละ 230 บาท ถือว่าไม่แพงนะ ในความคิดเรา และยังสามารถผ่อนได้อีกด้วย ได้แต้ม ไม่ต้องเสียเงินก้อน

ประสิทธิภาพ        เราไม่พอใจกับผลการรักษานะ การที่คิดคอร์สมาว่าจี้ได้ 4 ครั้งในรอบ 2 เดือน เราคิดว่ามันเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป จริง ๆ แล้วการที่เราจะรู้ว่าขี้แมลงวันจะขึ้นใหม่อีกหรือไม่  ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนเลยนะ บางครั้งไปเนี่ยผิวมันก็ยังไม่แข็งแรงพอที่จะให้จี้ซ้ำได้เลย  เราไปให้หมอเช็กครั้งแรก หมอยังออกปากเลยว่าจริง ๆ มาตอน 1 เดือนไปแล้วก็ได้ เพราะมาตอนนี้ก็ยังมองไม่เห็นว่าจุดไหนขึ้นซ้ำบ้าง (ซึ่งจะให้คุ้มราคาที่ทำไปก็ต้องมาทุกสองอาทิตย์น่ะ ) เราเข้าใจนะ ถึงสาเหตุที่ว่าทำไมถึงจี้ไม่หมด เพราะถ้าจี้ให้หมดทีเดียวมันจะเป็นหลุมลึกเกินไป แต่เราคิดว่าทางคลินิกน่าจะปรับคอร์สเป็นว่าทำได้ 4 ครั้งภายใน 4 หรือ 6 เดือนมากกว่า ทำในขณะ 2 เดือนเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป  
ที่เราคิดแบบนี้เพราะว่าหลังจากที่เราทำจนครบคอร์สนั้นขี้แมลงวันเราก็ไม่ได้หายไป หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือนถึงจะเห็นว่ามันขึ้นมาซ้ำอีก อยากให้คลีนิกให้เวลามากกว่านี้

จะทำต่อไหม   ตอบเลยว่าไม่ จากนี้จะรักษาหลุมและรอยแดงให้หาย เพื่อที่จะรอดูว่าขี้แมลงวันที่เหลือกลับมาใหญ่แค่ไหน จะได้หาคลีนิกใหม่ทำ 


ข้อแนะนำและความคิดเห็นอื่น ๆ 

1. เลเซอร์ตัวนี้แนะนำให้ทำตอนที่มีเวลาพักหน้า หาช่วงที่มีวันหยุดยาวไปทำดีที่สุด เพราะถ้าต้องแต่งหน้าในขณะที่เป็นแผลจากเลเซอร์อาจจะอุดตันและแผลไม่แห้งไวในแบบที่ควรจะเป็นได้

2. ไม่ควรทาพวกไวเทนนิ่งหรือครีมที่มีการขัดหน้า จะทำให้รอยแดงหายช้า แนะนำให้มาร์คหน้าหรือทาครีมที่มีส่สนผสมของวิตามินอีเป็นประจำ เพื่อบำรุงหน้าและรอยจะตื้นไวขึ้น

3. ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรหาครีมลดรอยแผลเป็นในตอนนี้ ครีมบางตัวจะเร่งให้สร้างเนื้อเยื่อ ขี้แมลงวันที่ถูกจี้ไม่หมดก็จะได้สารบำรุง ทำให้มันขึ้นใหม่ได้อีก (คหสต ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ)

4. ถ้าไม่อยากมีหลุมบนหน้า แนะนำว่าอย่าทำ เพราะกว่าหลุมจะหายใช้เวลานานมาก ๆ ๆ จนท้อเลยล่ะ

5. ไปทำเลเซอร์มาใหม่ ๆ อย่ามือบอนแกะ ปล่อยให้มันตกสะเก็ดและหลุดไปเองดีที่สุด แผลเป็นจะไม่มี หลุมก็จะน้อย

6. เวลาไปกรุณาจิตแข็ง พนักงานพยายามขายคอร์สตลอดเวลาฮ่ะ




1.5/5













March 17, 2014

Review : Mistine AC-Solute Body Acne Spray มิสทีน แอคโซลูท บอดี้ แอคเน่ สเปรย์






Mistine AC-Solute Body Acne Spray มิสทีน แอคโซลูท บอดี้ แอคเน่ สเปรย์ 50 บาท

             ในที่สุดก็วนมาของมิสทีนอีกจนได้ ก็ของเค้าดีอ่านะ อันนี้ซื้อตุนไว้ ตอนที่ลดราคาเมื่อสิ้นปี แต่พึ่งได้ของนะ 555 เหลือแค่ 50 บาทเอง ถูกมาก ๆ ได้ข่าวว่าตัวเจลอาบน้ำของไลน์นี้เลิกผลิตไปแล้ว เลยเดาเอาว่าไลน์นี้น่าจะเลิกผลิตทั้งหมด (คิดเองเออเองฮ่ะ) ด้วยความเสียดายเลยขอจัดมาตุนไว้สักหน่อย

            ช่วงนี้ไม่ได้เป็นสิวที่ตัวหรอกนะ แต่แบบว่าเคยใช้ตัวนี้มาก่อนแล้วชอบมาก เวลาที่ลดราคาเราเลยซื้อเก็บไว้ตลอด ขออธิบายนิดนึง เราเป็นคนผิวแห้งมาก ๆ ทาโลชั่นอะไรก็ไม่อยู่ มีช่วงนึงฮิตทาน้ำมันมะพร้าวหลังอาบน้ำ (บ้าตามพันทิพฮ่ะ บอกเลบ) ซึ่งมันดีมาก เพราะผิวไม่แห้งอีกต่อไป แต่พอใช้ไปก็เริ่มมีสิวขึ้นตามแขนกับหลัง ซึ่งตอนนั้นไม่รู้สาเหตุนะว่าเพราะน้ำมันมะพร้าว (นอกเรื่องนะ ไอ้น้ำมันทาตัวเนี่ย ใช้ได้นะ อย่าเข้าใจผิด มันดีมากจริง ๆ แต่ต้องหมั่นสครับผิว ไม่งั้นมันจะอุดตันกลายเป็นสิวไต ๆ ตามต้นแขนต้นขา) 


           เพื่อนเลยแนะนำให้ใช้พวกเสปรย์ฉีดสิว นางบอกว่าดีกว่าทาครีม หายไวงั้นงี้ เราก็เลยไปซื้อเสปรย์มาฉีดสิวที่หลังตามนางบอก ตัวแรกที่ใช้คือออกซิเคียว ซึ่งสิวหายจริง ยอมรับ แต่หัวฉีดมันง่อยมาก ใช้ไม่ถึงครึ่งก็พังซะงั้น ต้องเทใส่มือแล้วประพรมแบบน้ำมนตร์เลยทีเดียว อุบาทย์มากฮ่ะ พอหมดเลยไปซื้อตัวนี้มาลอง ซึ่งใช้ดีนะฮ๊าฟ อิทธิฤทธ์เหมือนออกซิเคียวแต่หัวฉีดดีกว่ากัน 10 เท่า ขนาดใช้หมดแล้วเอาขวดมารีไซเคิลใส่น้ำแร่เอาไว้ฉีดหน้ายังไม่พังเลยอ่ะ เกือบ 6 เดือนแล้วอ่ะ คิดดู

            ตัวผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำใส ๆ กลิ่นแรงมาก เรียกได้ว่าฉุนเลยดีกว่า เวลาฉีดกรุณาอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และควรใช้ในปริมาณที่ฉลากแนะนำ เพราะมันแรงมาก ถ้าใช้เยอะผิวจะลอก อันนี้เตือนไว้ก่อนเลย ที่สำคัญฉีดแล้วต้องรอแป๊บนึงให้แห้ง พยายามอย่าเอามือไปโดน อย่าพึ่งใส่เสื้อผ้า มันค่อนข้างแห้งช้า แนะนำให้ผึ่งพัดลมก่อนค่อยสวมเสื้อผ้า

สรุป : ของดีประจำบ้าน คุ้มค่า ราคาไม่แพง ถ้าเจอให้รีบซื้อตุน ถ้าเลิกผลิตแล้วจริง ๆ เราจะเสียใจมาก บอกเลย

5/5 




ปล.เอารูปตัวขัดขวางเวลาถ่ายรูปทำบล็อกมาให้ดู มันน่านัก ไม่น่าเอานางเป็นพรีเซนเตอร์ของฟรีเอวอนเลย พอยกกล้องปุ๊บ ก็โดดมาขวางปั๊บเลย นึกว่าคิวนาง ชิชะ ไอ้แมวอ้วน

March 10, 2014

Review : การ์นิเย่ บีบี อาย โรลออน GARNIER BB Eye Roll on



การ์นิเย่ บีบี อาย โรลออน GARNIER BB Eye Roll on  152 บาท

                บ่นว่าไม่มีเงินนะ แต่ก็ซื้อจังเลย ไม่เข้าใจตัวเองเลย เฮ้อ รอบนี้เป็นคอนซีลเลอร์ใต้ตาของกานิเย่ บอกเลยว่าตัวนี้เล็งมานานมาก เพราะห้างแถวบ้านลดราคาก็เลยจัดมาอย่างไว

              เราดูยูทูปหลาย ๆช่องเค้าก็แนะนำตัวนี้นะ ไม่แน่ใจว่าเพราะการตลาดหรือว่ามันดีจริง ๆ แต่ความอยากลองก็ชนะทุกสิ่งนะ ราคาก็ไม่แพงมาก พอจะสนองความอยากตัวเองได้ เค้ายังบอกอีกว่าใต้ตาคอนซีลเลอร์ควรจะเป็นสีส้มเพราะมันจะไปกลบสีเส้นเลือด หรือรอยหมองคล้ำให้กลับมาเป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องของแม่สี อะไรทำนองนั้น เด็กบ้านนอกอย่างเรานะ คนสวย ๆ เค้าบอกอะไรก็เชื่อไปหมด


               รอบนี้ไม่มีกล่องมาให้ดูนะ ลืมโยนทิ้งไปแล้ว ขออภัยด้วย  มาว่ากันด้วยเรื่องแพกเกจนะ มันเป็นลูกกลิ้งล่ะ แหวกแนวมากเลย ไม่เคยเห็นมาก่อน ชอบแนวคิดที่เค้าออกแบบผลิตภัณฑ์นะ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วเวลาก็ไม่ได้วนแบบที่เค้าออกแบบมาหรอกนะ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์มันจะออกมาเยอะมากเกินไป สุดท้ายก็เอาแตะ ๆ สามสี่ที แล้วก็เอานิ้วเบลนให้มันกลืนไปกับผิว ดังนั้นก็เลยไม่รู้สึกว่าอีโรลออนที่ให้มามันจะมีประโยชน์อะไรเลย 555

            ตัวเนื้อผลิตภัณฑ์จะออกส้ม ๆ แล้วเนื้อก็บางเบามาก แต่ปกปิดดีนะ อีกอย่าง ไม่ยักกะตกร่องนะ คือเราแก่แล้วไง แน่นอนว่าต้องมีร่องใต้ตา บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ คอนซีลเลอร์ใต้ตาที่เราเคยใช้คือ Revlon ซึ่งเป็นเนื้อครีม มันค่อนข้างจะตกร่องนะ บ่าย ๆ ก็เป็นคราบละ แต่ตัวนี้สอบผ่านนะ วันหลังจะสวอชของเรฟลอนเทียบสีกับตัวนี้ให้ดูนะจ๊ะ สัญญาแปะไว้ก่อน

             กลิ่นค่อนข้างแย่นะ เหมือนแอลกอฮอล์ผสมกับแป้งเปียก อันนี้คือตั้งใจหรือต้องการให้เป็นธรรมชาติก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่มันก็เอาไว้ทาตาอ่ะนะ ไม่ได้ใกล้จมูก ก็คงไม่ต้องกลิ่นดีมากหรอกมั้ง ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเฉพาะหลอดที่อิชั้นถอยมารึปล่าว ใครแวบมาอ่านก็รบกวนถามนะว่ากลิ่นเหมือนกันไหมอ่ะ ไม่ใช่ว่าของเซลล์เพราะมันใกล้หมดอายุล่ะ 555


               ลองทาให้ดูนะ จะสังเกตว่าสีไม่เข้ากับผิวอย่างแรง ซึ่งไม่ต้องตกใจนะ พอมันเซตตัวแล้วมันจะกลืนไปกว่านี้ คนอันเดอร์โทนเหลืองก็ใช้ได้แน่นอน สังเกตเนื้อนะ มันเป็นน้ำ ๆ เลยแหละ เลยเกลี่ยง่ายมาก แล้วก็ไม่ตกร่องด้วย เนื้อบางเป็นธรรมชาติ ตอนนี้ใช้บ่อยมาก เป็นลูกรักขึ้นหิ้งไปเลยล่ะ

               ข้อเสียของตัวนี้อาจจะเป็นเรื่องเฉดสีนะ ถึงตามหลักมันจะบอกว่าคอนซีลเลอร์ใต้ตาควรจะเป็นสีส้มก็เหอะนะ แต่มันก็น่าจะมีส้มหลายเฉดหน่อย ส้มมาก ส้มน้อย อะไรทำนองนี้ ว่ากันตามตรงถ้าคนผิวคล้ำมาก ๆ ตัวนี้ก็ไม่รอดนะ หรือถ้าคนผิวขาวมาก ๆ ตัวนี้ก็คล้ำไป เพราะคอนซีลเลอร์ใต้ตามันต้องสว่างว่าผิวซักนิดนึง เวลาแต่งหน้าจะไม่ไม่ต้องโบกไฮไลด์มาก ตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนผิวกลาง ๆ มากกว่า

สรุป : ชอบนะ อาจจะซื้อซ้ำ (ถ้าราคานี้นะ) เป็นไอเท็มที่ใช้ง่าย พกพาสะดวก คุ้มค่า ถ้าราคาปกติคงไม่ซื้อนะ เพราะอยากลองของลอรีอัลที่เป็นปากกาด้วยน่ะ


4.5/5









March 03, 2014

Review : Avon Perfect Eyebrow Powder Kit เอวอน เพอร์เฟ็คท์ อายบราวน์ คิท


Avon Perfect Eyebrow Powder Kit เอวอน เพอร์เฟ็คท์ อายบราวน์ คิท 175 บาท


               เงินก็ไม่มีแต่ก็สั่งของเล่นมาอีกแล้ว รอบนี้เป็นของเอวอน เป็นครั้งแรกที่สั่งจากแคตาลอคของเอวอน และใช้เครื่องสำอางค์เอวอน ซึ่งรู้สึกว่ารอนานมาก เกือบ 2 อาทิตย์ได้ ชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์ทาคิ้วแบบมีแว็กซ์ ซึ่งใจจริงอยากได้ของอนาสตาเชียนะ แต่จนอ่ะเลยได้แค่นี้ 555 เปิดแคตลาลอคในร้านทำผมเจอตัวนี้เลยลองสั่งมาดู


           ชิ้นนี้มาเป็นกล่องดำ ๆ เปิดมาข้างในจะมีตัวตลับเป็นสีดำเลื่อม ๆ แข็งแรงใช้ได้เลย ตัวเปิดเป็นแบบกด แล้วฝาก็เด้งออกมา ข้างในเปิดมาจะมีแว็กซ์กับสีเขียนคิ้ว แล้วก็แปรงทาคิ้วสองหัวให้อันนึง ที่เจ๋งคือข้างในมีกระจกให้ด้วยนะเออ ใหญ่ด้วยฮ่ะ สามารถพกพาได้ ไม่หกเลอะเทอะแน่นอน (ใครจะพกที่เขียนคิ้วออกจากบ้านย๊า 555) เรื่องแพกเกจให้ผ่านนะ สมราคามาก


           อ่านส่วนผสมดูนะ ใครแพ้อะไรก็หลีกเลี่ยงจ๊า กดที่รูปเพื่อขยายใหญ่ได้เหมือนเดิมนะ ตัวนี้มันมีกี่สีก็ไม่แน่ใจนะ ตอนสั่งไม่ได้ระบุสีไป ก็ได้ตลับนี้มา 



            มาดูเนื้อผลิตภัณ์ข้างใน ตัวแว๊กซ์สีขาวขุ่น ๆ เหนียวนิด ๆ ไม่มีกลิ่น ทาแล้วไม่มีสี จะให้ความรู้สึกมัน ๆ นิดนึง ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์แบบนี้มาก่อนเลยไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไร แปลก ๆ ดี เหมือนกัน ส่วนผงเขียนคิ้วในความรู้สึกเราค่อนข้างร่วนเป็นผงไปนิด เวลาใช้แปรงปาดแล้วเป็นผงออกมาเต็มเลย เวลาทาลงไปไม่ค่อยออกสีเท่าไหร่ ต้องซ้ำหลายรอบ


ลองสวอชสีให้ดู ไม่รู้ว่าจะสวอชแว็กซ์ทำไมเหมือนกัน ไม่เข้าใจตัวเองเลย



              ชิ้นนี้จะเหมาะกับคนที่ขนคิ้วอยู่แล้วประมาณนึง (ถ้าไม่มีเลย แว็กซ์ก็ไม่รู้จะไปเกาะกับอะไรอ่านะ) คิ้วเราค่อนข้างเยอะอยู่แล้วนะ พอปาดแว็กซ์แล้วขนคิ้วมันเป็นเรียงเป็นระเบียบขึ้น พอลงสีแล้วจึงสม่ำเสมอดี เลยค่อนข้างประทับใจมาก ถ้าถามถึงเรื่องความติดทนแล้วนะ เราให้คะแนนดีเลยล่ะ ทาตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ยังอยู่นะ เพียงแต่ว่าถ้าเอามือไปโดนมันเลอะล่ะ มันเป็นปกติไหมเนี่ย 555 ปกติก็ไม่เคยเอามือไปถูคิ้วอ่านะ พอทาตัวนี้แล้วลองเอานิ้วถูมันหลุดแฮะ ถือเป็นข้อเสียรึปล่าวก็ไม่แน่ใจ เพราะคงไม่มีใครเอามือไปถูคิ้วหรอกมั้ง


แปรงแถม

             ข้อเสียของตัวนี้ ในความรู้สึกเราคือ ด้วยความที่มันเป็นตลับแบบนี้พอเราใช้ที่เขียนคิ้วแล้ว ผงมันร่วนมากเลยไปผสมกับแว็กซ์มั่ง เลอะกระจกบ้าง ทำให้ดูสกปรกน่ะ แปรงที่แถมให้มาค่อยข้างแย่ แข็งแล้วก็หนาเกินไป ซึ่งพยายามมองโลกในแง่ดี (แบบนางเอก?) ว่าอาจจะเป็นเพราะเรายังไม่ชินมั้ง กะไม่ถูกด้วย เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขียนแล้วหนาเป็นชินจังเลย อีกอย่างคือ เราอยากให้มันมีสัก 3 ช่อง แว็กซ์ช่องนึง สีอ่อน กับเข้มอีก เพราะถ้าเขียนคิ้วสีเดียวกันหมดมันดูไม่ธรรมชาติยังไงไม่รู้


              ทีนี้เลยเปลี่ยนใช้แปรงเขียนคิ้วของตัวเองมาใช้ดู อันนี้ของ mel linda ซื้อจากอีฟแอนด์บอย 39 บาทมั้ง เขียนดีเชียว  มันก็ดูธรรมชาติขึ้นนะว่าไหม คือเราไม่ใช้คนชอบเขียนคิ้วหนาเหมือนที่เค้าฮิตกันตอนนี้อ่ะ แบบว่าหน้าแย่ ทำไปก็ไม่สวยเหมือนชาวบ้านเค้า ของเราขอแค่เติมให้มันไม่บางไปก็พอ




แถมแต่กระเป๋า แมวไม่เกี่ยวนะแจ๊ะ

              รอบที่เราสั่ง แถมกระเป๋าด้วยแหละ (ซึ่งกากมาก 555) เมดอินฟิลิปปินส์จ๊ะ ที่น่าแค้นใจคือพอรอบถัดมา ดันลดราคาเหลือ 169 บาท ไม่เป็นไรถือซะว่าซื้อกระเป๋า 10 บาทละกัน (// crying)


สรุป ชอบ ให้ผ่านนะ คุ้มค่า สมราคา ถ้าหมดแล้ว (อีกประมาณ 3 ชาติ) อาจจะซื้อใหม่ รอดูก่อนว่ามีตัวไหนราคาไม่แพง แล้วก็หาซื้อง่าย ๆ บ้าง



4/5



















February 17, 2014

Review : All My Loosed Powder


               เราเป็นคนชอบใช้ Loosed Powder นะ ชีวิตนี้มีแป้งตลับน้อยมาก เวลาแต่งหน้าก็ลงกันแดดแล้วตามด้วย  Loosed Powder เป็นอันจบ นาน ๆ ถึงจะใช้รองพื้นซักที ดังนั้น  Loosed Powder จึงเป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับเรา ส่วนตัวลองมาหลายยี่ห้อ มีที่รักและเซ็งหลายตัวอยู่ อันนี้เลือกมาเฉพาะที่ยังค้นเจอตลับอยู่นะจ๊ะ อันไหนไม่มีก็เอาไว้โอกาสหน้าค่อยจัดมารีวิวใหม่


Covermark Finishing Powder S JQ Y2 250 บาท

             ตัวนี้เพิ่งได้มาไม่นาน เพราะอยากลองเป็นการส่วนตัว ราคาก็พอไหว เค้าเตอร์ใกล้บ้านเลยจัดไปอย่างว่องไว ของยี่ห้อนี้มีรุ่นแพง เนื้อแป้งละเอียดกว่า ราคา 850 บาท ใครงบถึงก็ลองได้นะ เราเลือกเฉด Y2 มา เพราะอีกสีนึงมันส้ม ๆ ไปหน่อยเราไม่ค่อยชอบ

 

            เนื้อละเอียด ไม่วิงค์  มีกลิ่นนิดนึงพอชวนให้วิงเวียน ใครชอบงานแมต น่าจะเลิฟตัวนี้ ไม่คุมมันนะ สำหรับเรา แล้วก็ติดไม่ทนเท่าไหร่ บ่ายเหมือนจะอ็อกซิไดร์แปลงร่างเป็นสีเทานิด ๆ อันนี้ไม่ชัวน์ อาจจะคิดไปเอง แต่เราสัมผัสได้นะ ไม่ซื้อต่อแน่นอน เพราะเราชอบแบบวิงค์ ๆ 

2.5/5


Cutepress Natural Finish Loosed Powder 245 บาท

                 อันนี้ไม่นับกระปุกละ ใช้มานานมากจริง ๆ เคยเปลี่ยนใจไปหลายหนแต่ก็ต้องมาซบตัวนี้ทุกทีไป เลิฟนางนะ
                 เนื้อละเอียด ถึงจะบอกว่าโปร่งแสง แต่เนื้อนางค่อนไปทางเหลืองถึงเหลืองมาก เนื้อวิงค์เยอะและใหญ่มาก ปกปิดประมาณนึง ติดทนทั้งวัน ไม่เปลี่ยนสีระหว่างวัน แต่ไม่คุมมันเลย พอเย็น ๆ แล้วจะดูฉ่ำ ๆ นิดนึง ไม่เป็นคราบ แนะนำให้ล้างดี ๆ เพราะวิงค์นางติดทนเว่อร์ ล้างหลายรอบกว่าจะหมดไปจากหน้า 

5/5


MTI Feel Perfect Loose Powder 440 บาท

             อันนี้เป็นแป้ง Loose Powder ที่แพงที่สุดในชีวิตละ เกินงบอย่างแรง ไม่รู้ซื้อไปได้ไง แต่กระปุกใหญ่นะ ใช้ได้นาน แพคเกจฮิโซวสมราคา แต่ไม่เหมาะกับการพกพานะคะ เหมาะกับการตั้งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งประดับบารมีเกร๋ ๆ 



             เนื้อละเอียดมาก ถึงจะเครมว่าไม่มีสี แต่ทาแล้วจะอมชมพูนิด ๆ วิงค์ละเอียดโครต ทาแล้วผ่อง เด้งที่สุดในสามโลก สำหรับเราตอนบ่ายเปลี่ยนสีนะ หน้าจะหมองนิดนึง แต่ติดทน ไม่เป็นคราบ เกลี่ยง่าย ปกปิดดี คุมมันด้วย
           แนะนำสำหรับคนอันเดอร์โทนชมพู และหน้าแห้ง สำหรับเราคงไม่ซื้อต่อ

3.5/5



MTI SIGN Collection Loose Powder 240 บาท

                   เนื้อละเอียดมาก วิงค์เยอะมาก ไม่มีสี ไม่คุมมัน แต่ทาแล้วผ่องดี แนะนำให้ใช้คู่กับรองพื้น เพราะทาแล้วไม่เปลี่ยนสีระหว่างวัน และแป้งไม่ปกปิดอะไรเลย มีวิงค์กระจายแสงอย่างเดียว ไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสี เหมาะกับลุคใส ๆ แบ๊ว ๆ หรือคนผิวหน้าดีอยู่แล้ว หน้าแห้งทาได้ไม่เป็นคราบ ถ้าหมดก็จะซื้อต่อไปเรื่อย ๆ ยันเลิกผลิต
4.8/5
หักตรงหาซื้อยากไปนิด




ลองสวอชมาให้ดู

ถ้าให้เรียงตามความชอบของเรานะ 
Cutepress  >MTI SIGN Collection  >Covermark  >MTI Feel Perfect 

สภาพผิวเรา (เพื่อประกอบการตัดสินใจ) : ผิวแห้ง(มาก), อันเดอร์โทนเหลืองค่อนไปทางคล้ำ, มีรอยสิวประปราย





---



February 03, 2014

Review : Provamed Sun Face SPF60 PA+++


          เดือนที่แล้วไปถอยกันแดดใหม่มาตัวนึง เพราะห้างแถวบ้านไม่เอาครีมกันแดดบิโอเรมาขายแล้วซะงั้น ซึ่งตามประสาคนจน ถ้าจะให้ไปซื้อที่วัตสันก็ทำใจไม่ได้เพราะมันแพงกว่าเกือบ 60 บาท เลยตัดใจลองมายี่ห้อใหม่ที่ขายในห้างนั้น ก็เลยได้กันแดดตัวนี้มาแทน ซึ่งตอนไปซื้อสีเนื้อมันหมดพอดี เหลือแต่สีขาว ใจก็กล้า ๆ กลัว เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ครีมกันแดดสีขาวกับเรามันไปด้วยกันไม่ได้ เนื่องจากมันวอกอย่างแรง แต่ไม่รู้ตอนนั้นนึกยังไงเลยตัดใจเอามา ในราคาหลอดละ 152 บาท ถ้วน


สรรพคุณก็ตามใบปลิว อยากอ่านใหญ่ก็ดับเบิ้ลคลิ๊กเหมือนเดิมจ๊ะ

                เราลองใช้มาจนหมดหลอดแล้ว ส่วนตัวเราค่อนข้างประทับใจนะ ดีกว่าที่คิดไว้มาก แม้ว่ามันจะสีขาวแต่ก็ไม่วอก เกลี่ยง่าย ใช้เวลาเซตตัวน้อย แห้งแล้วผิวจะเหมือนทาพวกไพรเมอร์ไว้ คือผิวเราจะลื่น ๆ มือ แล้วก็ไม่เหนียวเหนอะหนะด้วย แต่งหน้าทับก็ไม่ทำให้เป็นขุย ใช้แล้วหน้าชุ่มชื่นดีกว่าบีโอเรอีก (ดิชั้นหน้าแห้งมาก โปรดใช้ วิจารณญาณ) ช่วงนี้เราทำเลเซอร์ co2 จะไม่ค่อยแต่งหน้าออกจากบ้าน เพราะแผลมันมีสะเก็ดอยู่ ดังนั้นก็จะทาสกาเจล มิสทีนไฮดร้า โบกกันแดด เขียนคิ้ว แล้วออกจากบ้านโลดเลย ปรากฏว่าพี่ที่ทำงานก็ยังชมนะว่าหน้าสว่างดี เหมือนผิวสม่ำเสมอขึ้น เลยมโนเอาว่ากันแดดนี้มันน่าจะช่วยกระจายแสงและปรับสภาพผิวหน้าด้วยน่ะ
                ที่ประทับใจอีกเรื่องคือมันไม่อุดตันแฮะ ปกติเราจะชอบมีสิวอุดตันเล็ก ๆ ตามกรอบหน้า เพราะขี้เกียจล้างหน้าแถวนั้น  (อันนี้ต้องโทษตัวเองนะคะ 555) แต่หลังจากใช้อันนี้แล้ว มันน้อยลงแฮะ ไม่รู้ว่าเพราะเราทาเบนแซคคู่ไปด้วยรึปล่าว หรือคิดไปเอง แต่เราว่ากันแดดตัวนี้มีส่วนนะ

              ส่วนประสิทธิภาพกันแดด อันนี้เราไม่แน่ใจแฮะ ส่วนตัวก็ว่าโอนะ ไม่รู้สึกดำขึ้นแต่อย่างใด ไม่แสบหน้าเวลาออกแดดจัดด้วย 



                ตัวนี้ไม่เครมเรื่องกันน้ำ กันเหงื่อนะ ถ้าใครจะไปทะเลก็ลองมองตัวอื่นไว้ละกัน อีกอย่างนะที่อยากเตือนไว้คือ อย่าใช้มากเกินไป กะประมาณให้เท่ากับปาดยาสีฟันลงซักครึ่งแปรงสีฟันพอ เพราะถ้าเยอะเกินไป(จะเปลืองนะ ไม่ใช้ละมึง 555 ) มันจะว่อกน่ะ ครั้งแรกที่ใช้ด้วยความชินจากบิโอเรก็บีบเท่าเหรียญสิบโลด ปรากฏว่าเหลือค่ะ เต็มเบย เสียดายอย่างแรง นี่ขนาดเราคิดว่าหน้าใหญ่แล้วนะเนี่ย เลยฝืนมาทาหน้ากะวนหลาย ๆ รอบเพื่อประสิทธิภาพที่ดี ปรากฏว่าว่อกอย่างแรงนิ

สรุป ชอบนะ คิดว่าจะซื้อต่ออีก แต่อาจจะลองตัวอื่นที่กันน้ำ กับกันเหงื่อเพิ่ม เพราะเราเหงื่อเยอะมาก ๆ ๆ ๆ 




4.8/5


January 05, 2014

Review : เลเซอร์ Co2 จี้ขี้แมลงวัน นิติพลคลีนิค #1

                      

หน้าก่อนไปทำ มันไม่มีมุมที่เห็นขี้แมงวันเยอะ ๆ น่ะ ขอโทษด้วยนะ

          รีวิวนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่ได้ไปทำเลเซอร์จี้ขี้แมงวันจากนิติพลคลีนิกจ๊า ไปเอง เสียตังค์เอง เจ็บเอง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนแต่อย่างใด ขอเล่าตั้งแต่แรกก่อน คือเราเป็นคนมีขี้แมงวันเยอะมาก ๆ ๆ แต่แต่เด็กจนมาเป็นสาว (แก่) ก็คิดไว้ว่าอยากไปเอาออกให้รู้แล้วรู้รอดไป พอเก็บเงินได้ (เหรอ) ประมาณนึงก็เลยไปทำเลเซอร์ ซึ่งชั่งใจนานมาก เพราะไม่แน่ใจว่าจะไปทำที่ไหนดี พี่ที่ทำงานแนะนำให้ไปทำแถวบ้าน แต่พอไปถามก็ติดว่าแบ่งชำระไม่ได้ สุดท้ายก็อด 

            หลังจากนั้นก็ไปเรียบ ๆ เคียง ๆ ถามที่นิติพลว่าเราคาเท่าไหร่ ซึ่งเราก็บอกไปตามตรงว่าไมีงบประมาณ แค่ 3000 กับขี้แมงวันประมาณ 30 จุดที่หน้าจะพอไหวไหม พี่เค้าก็ตีราคามาให้ที่ 4800 ซึ่งแบ่งจ่ายได้ 6 เดือน สำหรับเราก็พอไหวนะ 800 บาท 6 เดือน เลยตัดสินใจทำไปแบบงง ๆ หลังจากนั้นก็นัดหมอ ได้เย็นวันรุ่งขึ้นก็ไปทำเลย เพราะมันติดหยุดยาวด้วยแหละ เลยตกลงที่จะรีบไปทำ เพราะหลังจากเลเซอร์จะมีเวลาพักหน้าประมาณ 3 วัน เค้าให้ซื้อยาเลย ได้อโลเจลมาหลอดนึง 200 บาทถ้วน 



รูปหลอดและส่วนผสม

            ตอนไปทำถึงก็จะมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำต้อนรับอย่างดี แล้วก็พาไปขึ้นเตียง แล้วแต้มยาชาในจุดที่เราจะเลเซอร์ นอนรอไปประมาณ 45 นาที ระหว่างรอก็ได้ยินเสียงเตียงข้าง ๆ มีน้อง ๆ มัธยมมาเข้าคอร์สหน้าใสกันหลายคน ดีนะเด็กสมัยนี้ ถ้าเป็นเราเมื่อก่อน ไม่กล้าเฉียดที่แบบนี้หรอก กลัวเค้าเรียกให้ทำแล้วปฏิเสธไม่ได้ 555

             พอครบ 45 นาที เจ้าหน้าที่ก็พาไปพบหมอ ซึ่งที่แย่คือพอทายาชาเป็นจุด ๆ เต็มหน้า แล้วเค้าก็พาเราเดินผ่านหน้าเค้าเตอร์ ซึ่งมีคนนั่งอยู่เต็มเบย แอบเขินนะ อีกอย่างมองผ่านหน้ากระจกไปก็เป็นห้างน่ะ คนตรึม อิชั้นก็แอบอายนิดนึง อีกอย่างนึงคือ เค้าไม่มีเค้าเตอร์ให้เก็บของลูกค้า เพราะบางทีคนมาทำเลเซอร์ก็มาหลังเลิกงานไง ของเยอะแยะ พะรุงพะรัง จะทิ้งไว้ก็กลัวหาย จะฝากเค้าเตอร์ก็ไม่ไว้ใจ น่าจะมีลอกเกอร์ไว้ให้ลูกค้าฝากของเก็บสักอันก่อนเข้าห้องไปพบหมอหรือทำคอร์สต่าง ๆไม่รู้สิ เราอาจจะคิดมากไป แต่มันเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราคิดว่าสำคัญนะ

              ทีนี้มาถึงตอนพบหมอ เค้าก็ให้ใส่ที่คลุมผม แล้วก็ให้นอนจับด้ามเหล็กอะไรซักอย่างไว้ แล้วผู้ช่วยก็ค่อย ๆ ลบยาชาทีละจุด หมอก็ตามเลเซอร์ไปเรื่อย ๆ จบครบทุกจุด  ได้กลิ่นเหม็นเนื้อไหม้ (หิวเบย)  ตอนทีเลเซอร์ใกล้ ๆ ตาก็จะรู้สึกเห็นแสงเหมือนที่เค้าเชื่อมเหล็กอ่ะ นึกออกมะ 
               คำถามยอดฮิต คือเจ็บไหม บอกเลยว่าไม่เจ็บนะ เพราะทายาชา (ไม่ใช่ละ เมิง  555  ) ไม่เจ็บจริง ๆ พอยาชาหมดฤทธิ์ก็ไม่เจ็บนะ ไม่มีเลือดออกด้วย หมอบอกว่าของเราตื้น ถ้าคนที่รากลึก ๆ จะมีเลือดออก

              หลังจากทำเสร็จผู้ช่วยก็แนะนำวิธีการรักษาตัวไม่ให้เป็นรอบแผลเป็น พร้อมกับกระดาษ 1 แผ่น เสร็จแล้วก็กลับบ้านไปแบบเยิน ๆ แบบนั้นแหละ หมอนัดอีกที 2 อาทิตย์หน้า เพื่อมาดูแผลและซ้ำในจุดที่ออกไม่หมด


               มาดูรูปแผลกันหลังจากผ่านไป 1 อาทิตย์ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้นะ แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ชัด ๆ เลยได้มาแค่ไฝนูน 1 เม็ด 



ปรากฏว่ามันเป็นหลุมค่าท่านผู้ชม กรีดร้องงงงงงงงงงงงง


หมอบอกว่าหลุดจะค่อย ๆ ตื้นขึ้นเอง (เหรอ ?)



January 02, 2014

Review : Max Factor Colour X-Pert Waterproof Eyeliner



         ตัวนี้เพื่อนสาวซื้อมาฝากจากยุโรป ของฟรี เจ๊เลยอยากมารีวิว คือจริง ๆ ฝากนางซื้อมาสคาร่า นางหาให้ไม่ได้เลยจัดตัวนี้มาแทน แล้วไม่เก็บตังค์ อ่านแล้วแลดูมีเพื่อนดี ปลิ้มมาก ๆ 


             ตอนแรกที่นังไม่แกะห่อนึกว่าเป็นปากกา ปรากฏว่าเป็นพู่กันซะงั้น แอบผิดหวังเล็ก ๆ แต่ก็ไม่กล้าบ่นมาก เพราะได้ฟรีมา ปกติเราไม่ค่อยถนัดใช้พู่กันเขียนเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่ามันบังคับยาก อีกอย่างพวกพู่กันแบบนี้จะแห้งช้า มีโอกาสเลอะสูง ซึ่งตัวนี้แห้งช้าจริงเหมือนที่คาดไว้ แห้งแล้วจะเป็นฟิลม์ ลอกได้ กันน้ำ แต่ไม่ทนเอาซะเลย



             มาดูหัวชัด ๆ กันอีกที พู่กันแบบนี้บังคับง่ายกว่าแบบที่เคยใช้นะ เลยรู้วึกชอบพูกันมันมากเลยล่ะ เขียน cat eyes ง่าย ปลายตวัดแหลมเปี๊ยวเลย แต่ช้าก่อน สำหรับคนที่จะไปซื้อ อ่านให้จบก่อนนะ เพราะว่า...


            มันไม่ดำแหละ นี่คือปาด 4 ครั้ง แล้วถึงจะดำ คือทิ้งไว้ในโต๊ะเครื่องแป้งแล้วตัวสีมันแยกชั้้นจากน้ำ เลยทำให้มีสภาพแบบที่เห็น ครั้งแรกที่ใช้ดำดีมาก แบบไม่น่าเชื่อ แต่พอทิ้งไว้อุณหภูมิห้องไม่เกิน 2 เดือนกลายเป็นแบบนี้ซะแล้ว สัณนิษฐานได้ว่าอาจจะไม่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ร้อนเกินไป เลยตายดีกว่า หรืออีกกรณีนึงคือมันหมดอายุ 555 เพื่อนรักไปเหมาของเซลล์มาแบบหน้ามืดตามัวเลยได้ของใกล้หมดอายุมาซะงั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วอายไลเนอร์พวกนี้มันมีอายุแค่ 6 เดือนแค่นั้นแหละ ก็ต้องทิ้งแล้ว เพราะเชื้อโรคสะสมและมันจะกลายสภาพเป็นแบบนี้นั่นเอง แต่นี่แค่ 2 เดือนเองน๊า ทำไมถึงทำแบบนี้กับชั้นได้ ๆ ๆ ๆ  



ลองเทียบกับมิสทีน Mistine I am Eyeliner 


สรุป           ไม่ซื้อต่อแน่นอน เพราะหาที่ซื้อไม่ได้ 555 ไม่ใช่ละ เพราะไม่ปลิ้มค่าคุณผู้ชม หาตัวอื่นดีกว่า แต่ก็ยังคงอยากลองมาสคาร่าของยี่ห้อนี้อยู่นะ อยากได้แต่ไม่อยากพรีอ่า แบบว่ามันแพง งุงิ




2/5
---








EMPTY #19 JULY 2019

1. Buytropicalife SQUALANE NATURAL (100% natural from Olive) ซื้อมานานมาก ใช้ไม่หมด คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับผลิตภัณฑ์แบบน้ำมันเท่าไห...